เอกสารสอบราคาซื้อ  เลขที่  02/2551

จัดซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์และติดตั้ง

ตามประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม  ลงวันที่  7  มกราคม  2551

********************

องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม  ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า "องค์การบริหารส่วนตำบล"  มีความประสงค์จะสอบราคาซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์และติดตั้ง  ดังนี้

1.   เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์    40   เครื่อง

-          ความเร็วหน่วยประมวลผลกลาง   เป็นชนิด Pentium Dual Core    ความเร็วไม่ต่ำกว่า 1.6 GHz

-          หน่วยความจำ DDR2  RAM  ขนาดไม่ต่ำกว่า 512 MB up to 2 GB

-          Harddisk  ขนาดไม่ต่ำกว่า 160 GB  เป็นชนิด SATA

-          Floppy Disk 1.44 MB

-          จอ  Monitor แบบ LCD ขนาด 17”  response time ไม่ต่ำกว่า 8 ms

-          มีช่องเสียบ VGA Card แบบ PCI-express

-          รองรับ Gibabit Ethernet

-          DVD RW drive ความเร็วไม่ต่ำกว่า 16X

-          Mouse เป็นชนิด Optical , Keyboard ไม่ต่ำกว่า 104 keys

-          Case มี Power Supply ขนาดไม่ต่ำกว่า 300w.

-          ตัวเครื่อง  เมาส์  คีย์บอร์ด  จอภาพ  อยู่ภายใต้เครื่องหมายการค้าเดียวกัน

2.   เครื่องสำรองไฟ   40  เครื่อง

-          สำรองไฟฟ้าขนาดไม่น้อยกว่า 600 VA

3.   เครื่องพิมพ์แบบ Laser   4  เครื่อง

-          ความเร็วในการพิมพ์ขาว – ดำ ไม่ต่ำกว่า 14 แผ่น/นาที

-          ความละเอียดไม่ต่ำกว่า 1200 dpi

-          หน่วยความจำไม่น้อยกว่า 4 MB

-          เชื่อมต่อแบบ USB

-          รับประกัน 1 ปี

4.   โต๊ะคอมพิวเตอร์และเก้าอี้   40  ชุด

-          โต๊ะขนาดความยาว 80 ซม.

-          เก้าอี้ล้อเลื่อนมีพนักพิง

5.   วางระบบแลน (LAN) พร้อมอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Swich Hub ขนาด 16 Ports   40   จุด

6.   วางระบบไฟฟ้า   80  จุด

ราคากลาง  1,416,000.-  บาท   (หนึ่งล้านสี่แสนหนึ่งหมื่นหกพันบาทถ้วน)

ซึ่งพัสดุที่จะซื้อนี้ต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ทันที  และมีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามที่กำหนดไว้ในเอกสารสอบราคาฉบับนี้  โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้

1.     เอกสารแนบท้ายเอกสารสอบราคา

1.1      รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ

1.2      แบบใบเสนอราคา

1.3      แบบสัญญาซื้อขาย

1.4      แบบหนังสือค้ำประกัน (หลักประกันสัญญา)

2.     คุณสมบัติของผู้เสนอราคา

2.1      ผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้มีอาชีพขายพัสดุที่สอบราคาซื้อ  และต้องไม่เป็นผู้ถูกแจ้งเวียนชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ  รัฐวิสาหกิจ  หรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น  หรือห้ามติดต่อหรือห้ามเข้าเสนอราคากับองค์การบริหารส่วนตำบล

2.2      ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย  เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิและความคุ้มกันเช่นว่านั้น

3.     หลักฐานการเสนอราคา

ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานแนบมาพร้อมกับซองสอบราคา  ดังนี้

3.1      สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทและสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง

สำหรับผู้ประกอบการประเภทร้านค้าจะต้องมีสำเนาหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์และใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง

3.2      หนังสือมอบอำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอำนาจให้บุคคลอื่นลงนามในใบเสนอราคาแทน

3.3      บัญชีรายการเอกสารทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับซองสอบราคา  รวมทั้งรายการและจำนวนตัวอย่าง (ถ้ามี)

4.     การยื่นซองสอบราคา

4.1    ผู้เสนอราคาต้องยื่นเสนอราคาตามแบบที่กำหนดไว้ในเอกสารสอบราคานี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น  และจะต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วนลงลายมือชื่อของผู้เสนอราคาให้ชัดเจน  จำนวนเงินที่เสนอต้องระบุตรงกันทั้งตัวเลขและตัวอักษร  โดยไม่มีการขูดลบ  หรือแก้ไข  หากมีการขูดลบ  ตก  เติม  แก้ไข  เปลี่ยนแปลงจะต้องลงลายมือชื่อผู้เสนอราคาพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) กำกับไว้ด้วยทุกแห่ง

4.2    ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอราคาเป็นเงินบาท  และเสนอราคาเพียงราคาเดียว  โดยเสนอราคารวมและหรือราคาต่อหน่วย  และหรือต่อรายการ    ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ท้ายใบเสนอราคาให้ถูกต้อง  ทั้งนี้    ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ    ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ  โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอากรอื่น  ค่าขนส่ง  ค่าจดทะเบียน  และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงจนกระทั่งส่งมอบพัสดุให้

ราคาที่เสนอ  จะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า   60  วัน  นับแต่วันเปิดซองสอบราคา  โดยภายในกำหนดยืนราคาผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้  และจะถอนการเสนอราคามิได้

4.3      ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอกำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ ไม่เกิน   30   วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาซื้อขาย

4.4      ผู้เสนอราคาจะต้องส่งแคตตาล็อก และหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะของพัสดุที่ต้องการซื้อไปพร้อมใบเสนอราคา  เพื่อประกอบการพิจารณา  หลักฐานดังกล่าวนี้  องค์การบริหารส่วนตำบลจะยึดไว้เป็นเอกสารของทางราชการ

สำหรับแคตตาล็อกที่แนบให้พิจารณา  หากเป็นสำเนารูปถ่ายจะต้องรับรองสำเนาถูกต้อง  โดยผู้มีอำนาจทำนิติกรรมแทนนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่เข้าสอบราคา  หากคณะกรรมการเปิดซองสอบราคามีความประสงค์จะขอดูต้นฉบับแคตตาล็อก  ผู้เสนอราคาจะต้องนำต้นฉบับมาให้คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาตรวจสอบ  ภายใน     -     วัน

4.5      ผู้เสนอราคาจะต้องส่งตัวอย่างของพัสดุที่เสนอ  จำนวน        -       (หน่วย)  เพื่อใช้ในการตรวจ  ทดลองหรือประกอบการพิจารณา  และหรือประกอบสัญญา  ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ตัวอย่างดังกล่าว  ตัวอย่างที่เหลือหรือไม่ใช้แล้ว  องค์การบริหารส่วนตำบลจะคืนให้แก่ผู้เสนอราคา

4.6      ก่อนยื่นซองสอบราคา  ผู้เสนอราคาควรตรวจดูร่างสัญญา  รายละเอียด  คุณลักษณะเฉพาะ  ฯลฯ  ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารสอบราคาทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นซองสอบราคาตามเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา

4.7      ผู้เสนอราคาจะต้องยื่นซองสอบราคาที่ปิดผนึกซองเรียบร้อย  จ่าหน้าซองถึงประธานคณะกรรมการเปิดซองสอบราคา  โดยระบุไว้ที่หน้าซองว่า  "ใบเสนอราคาตามเอกสารสอบราคาเลขที่   02/2551  " โดยยื่นโดยตรงต่อองค์การบริหารส่วนตำบล  ในวันที่   23  มกราคม  2551   . ระหว่างเวลา       10.30         น.  ถึงเวลา         11.30        น.  ณ ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลระดับอำเภอ  (ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน  ชั้น 2)

เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นซองสอบราคาแล้วจะไม่รับซองสอบราคาโดยเด็ดขาด  และคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจะเปิดซองสอบราคาในวันเดียวกัน   ตั้งแต่เวลา   13.30   น.  เป็นต้นไป

 

5.     หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาราคา

5.1    ในการสอบราคาครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลจะพิจารณาตัดสินด้วย  ราคารวม    

5.2    หากผู้เสนอราคารายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ 2  หรือยื่นหลักฐานการเสนอราคาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามข้อ 3 หรือยื่นซองสอบราคาไม่ถูกต้องตามข้อ 4 แล้ว  คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจะไม่รับพิจารณาราคาของผู้เสนอราคารายนั้น  เว้นแต่เป็นข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเพียงเล็กน้อย  หรือผิดพลาดไปจากเงื่อนไขของเอกสารสอบราคาในส่วนที่มิใช้สาระสำคัญ  ทั้งนี้  เฉพาะในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อองค์การบริหารส่วนตำบลเท่านั้น

5.3    องค์การบริหารส่วนตำบลสงวนสิทธิไม่พิจารณาราคาของผู้เสนอราคา  โดยไม่มีการผ่อนผันในกรณีดังต่อไปนี้

(1)      ไม่ปรากฏชื่อผู้เสนอราคารายนั้น ในบัญชีผู้รับเอกสารสอบราคา หรือในหลักฐานการรับเอกสารสอบราคาขององค์การบริหารส่วนตำบล

(2)      ไม่กรอกชื่อนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา  หรือลงลายมือชื่อผู้เสนอราคาอย่างหนึ่งอย่างใด  หรือทั้งหมดในใบเสนอราคา

(3)      เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารสอบราคาที่เป็นสาระสำคัญ  หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้เสนอราคารายอื่น

(4)      ราคาที่เสนอมีการขูดลบ  ตก  เติม  แก้ไข  เปลี่ยนแปลง  โดยผู้เสนอราคามิได้ลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) กำกับไว้

5.4      ในการตัดสินการสอบราคาหรือในการทำสัญญา  คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาหรือองค์การบริหารส่วนตำบลมีสิทธิให้ผู้เสนอราคาชี้แจงข้อเท็จจริง  สภาพฐานะ  หรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้เสนอราคาได้  องค์การบริหารส่วนตำบลมีสิทธิที่จะไม่รับราคาหรือไม่ทำสัญญาหากหลักฐานดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง

5.5      องค์การบริหารส่วนตำบลทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด  หรือราคาหนึ่งราคาใดหรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด  หรืออาจจะยกเลิกการสอบราคาโดยไม่พิจารณาจัดซื้อเลยก็ได้สุดแต่จะพิจารณา  ทั้งนี้  เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ  และให้ถือว่าการตัดสินขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเด็ดขาด  ผู้เสนอราคาจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้        รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลจะพิจารณายกเลิกการสอบราคาและลงโทษผู้เสนอราคาเสมือนเป็นผู้ทิ้งงาน  หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่า  การเสนอราคากระทำไปโดยไม่สุจริต  หรือมีการสมยอมกันในการเสนอราคา

6.     การทำสัญญาซื้อขาย

6.1      ในกรณีที่ผู้ชนะการสอบราคาสามารถส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนภายใน    5   วันทำการของทางราชการ  นับแต่วันที่ทำข้อตกลงซื้อ  องค์การบริหารส่วนตำบลจะพิจารณาจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือแทนการทำสัญญาตามแบบสัญญาดังระบุในข้อ 1.3 ก็ได้

6.2      ในกรณีที่ผู้ชนะการสอบราคา  ไม่สามารถส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนภายใน  5 วันทำการของทางราชการหรือองค์การบริหารส่วนตำบลเห็นว่าไม่สมควรจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือตามข้อ 6.1  ผู้ชนะการสอบราคาจะต้องทำสัญญาซื้อขายตามแบบสัญญาดังระบุในข้อ 1.3 กับองค์การบริหารส่วนตำบลภายใน    7   วัน  นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งและจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละห้าของราคาสิ่งของที่สอบราคาได้  ให้องค์การบริหารส่วนตำบลยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้

(1)      เงินสด

(2)      เช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบล โดยเป็นเช็คลงวันที่ทำสัญญาหรือก่อนหน้านั้นไม่เกิน 3 วันทำการของทางราชการ

(3)      หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ  ตามแบบหนังสือค้ำประกันดังระบุในข้อ 1.4

(4)      พันธบัตรรัฐบาลไทย

หลักประกันนี้จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน 15 วัน  นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการสอบราคา (ผู้ขาย) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาซื้อขายแล้ว

7.     ค่าพัสดุ  การจ่ายเงินและอัตราค่าปรับ

องค์การบริหารส่วนตำบลจะจ่ายเงินค่าพัสดุ  โดยแบ่งออกเป็น 2 งวด  ดังนี้

งวดที่ 1              เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าพัสดุ  เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบพัสดุพร้อมติดตั้ง  ณ สถานที่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลระบุไว้ในสัญญา

งวดสุดท้าย       เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าพัสดุ  เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบพัสดุทั้งหมดพร้อมติดตั้ง  ณ สถานที่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลระบุไว้ในสัญญาให้แล้วเสร็จเรียบร้อย

ค่าปรับตามแบบสัญญาซื้อขาย  ให้คิดในอัตราร้อยละ    0.1      ต่อวัน

8.     การรับประกันความชำรุดบกพร่อง

ผู้ชนะการสอบราคาซึ่งได้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ  หรือทำสัญญาซื้อขายตามแบบดังระบุในข้อ 1.3 แล้วแต่กรณี  จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อขายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า    1    ปี  นับถัดจากวันที่ผู้ซื้อรับมอบ  โดยผู้ขายต้องรับจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน     7     วัน  นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง

9.     ข้อสงวนสิทธิในการเสนอราคาและอื่น ๆ

9.1    เงินค่าพัสดุสำหรับการซื้อครั้งนี้ได้มาจากเงินอุดหนุนทั่วไป  งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ฉบับที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2550  ตั้งไว้ 795,000.- บาท  และเงินสำรองรายรับ  งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2551 ตั้งไว้ 795,000.- บาท 

การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อองค์การบริหารส่วนตำบลได้รับอนุมัติเงินค่าพัสดุแล้วเท่านั้น

9.2      เมื่อองค์การบริหารส่วนตำบล ได้คัดเลือกผู้เสนอราคารายใดให้เป็นผู้ขาย  และได้ตกลงซื้อสิ่งของตามสอบราคาซื้อแล้ว  ถ้าผู้ขายจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ  และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่    และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด    ผู้เสนอราคาซึ่งเป็นผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี  ดังนี้

(1)      แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวีภายใน  7  วัน  นับตั้งแต่วันที่ผู้ขายสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ  เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้

(2)      จัดการให้สิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย  หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยจากต่างประเทศมายังประเทศไทย  เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวีให้บรรทุกสิ่งของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย  ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น  หรือเป็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น

(3)      ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (1) หรือ (2)  ผู้ขายจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี

9.3      ผู้เสนอราคาซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลได้คัดเลือกแล้วไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงภายในเวลาที่ทางราชการกำหนดดังระบุไว้ในข้อ 6  องค์การบริหารส่วนตำบลอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหาย (ถ้ามี)  รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ

9.4      องค์การบริหารส่วนตำบลสงวนสิทธิที่จะแก้ไข  เพิ่มเติมเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในแบบสัญญาให้เป็นไปตามความเห็นของอัยการจังหวัดหรือสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)

 

 

องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม

 

วันที่   7   เดือน   มกราคม   พ.ศ. 2551